:Home


วันพุธที่ 29 ธันวาคม พ.ศ. 2553

ร้านค้าออนไลน์




Make income from your blog 

ลองลงทะเบียนดู





Free Online Games, Arcade Games




LIVERPOOl & Merseyside Classifieds  from  http://www.yoliverpool.com/forum/member.php?9089-kpeoplesearch

หมู่บ้าน Pantown   ที่เวบนี้  http://thisisanswer.pantown.com/

"''''''
Need Content
วิธีหาเงินทุน เพื่อทำธุรกิจ สำหรับท่านที่อยากเริ่มต้นเป็นเถ้าแก่

ดิฉันมักจะได้รับคำถามจากบรรดาคนที่ ต้องการเริ่มต้นธุรกิจ ที่อยากเป็นเถ้าแก่อยู่เสมอว่า “ถ้าจะลงทุนทำธุรกิจต้องเริ่มต้นหาทุนอย่างไร จะต้องใช้เงินเท่าใด และจะมีแหล่งเงินทุนจากที่ใด”

เงิน ทุนเป็นปัจจัยสำคัญยิ่งที่จะทำให้ธุรกิจเป็นจริง ก่อนเริ่มทำธุรกิจควรรู้ว่าทำธุรกิจต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่ ในเวลานี้เรามีทรัพย์สินอยู่เท่าไหร่ และจะหาเงินมาเพิ่มได้อย่างไร

I. ต้องใช้เงินทุนเท่าไหร่ เงิน ลงทุนที่ต้องใช้สำหรับเริ่มต้นธุรกิจ คือ เงินลงทุนในทรัพย์สินต่างๆ ที่จำเป็นต่อธุรกิจอันได้แก่ ค่าเช่าอาคาร ค่าตกแต่งต่อเติมค่าซื้อเครื่องใช้สำนักงานค่าใช้จ่ายเริ่มแรกขณะเริ่มต้น ธุรกิจค่าใช้จ่ายสำหรับแผนการตลาด การโฆษณาตลอดจนค่าใช้จ่ายอื่นๆ เช่น ค่าสาธารณูปโภคและเงินเดือนพนักงาน ด้วยเหตุนี้จึงควรทำแผนงานเปิดกิจการอันประกอบด้วย การประมาณค่าใช้จ่ายต่อเดือนที่จะเกิดขึ้นและต้นทุนที่จ่ายไปเมื่อเริ่มต้น กิจการ ซึ่งแผนงานดังกล่าวจะช่วยให้สามารถมองเห็นภาพของการใช้เงินลงทุนได้อย่าง ชัดเจนยิ่งขึ้น

สมมุติว่าเราได้คำนวณ เงินลงทุนในการซื้อเฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน ได้ตัวเลขออกมาประมาณ 300,000 บาท จากนั้นเราต้องคำนวณดูว่า ในแต่ละเดือนเราจะมีค่าใช้จ่ายอะไรบ้าง รวมแล้วเป็นจำนวนเงินเท่าใด

: สรุปค่าใช้จ่ายรายเดือน
ค่าใช้จ่ายคงที่

เงินเดือน 30,000

ค่าเช่าสำนักงาน 10,000

ค่าเช่าอุปกรณ์สำนักงาน 5,000

ค่าโฆษณา 5,000

รวมค่าใช้จ่ายคงที่ 50,000

ค่าใช้จ่ายผันแปร

ค่าไฟฟ้า 1,000

ค่าโทรศัพท์ 2,000

ค่าใช้จ่ายในการเดินทาง 1,500

ค่าอินเทอร์เน็ต 500

รวมค่าใช้จ่ายผันแปร 5,000

รวมค่าใช้จ่าย 55,000

ในการหาเงินลงทุนเบื้องต้นนั้น ให้เผื่อไว้ว่าเราจะไม่มีรายได้เลยในระยะเวลา 6 เดือนแรก ดังนั้นเราต้องการเงินทุนหมุนเวียน เพื่อจ่ายค่าใช้จ่ายต่างๆ เป็นจำนวนเงิน 330,000 บาท

ดังนั้น เงินลงทุนเบื้องต้นเราจะเป็นประมาณ 650,000.- หรือเรามีทางเลือกอีกทางหนึ่งเพื่อลดจำนวนเงินลงทุนเบื้องต้นลง โดยหาซื้อ เฟอร์นิเจอร์และอุปกรณ์สำนักงาน จากผู้ขายที่มีข้อเสนอในการให้สินเชื่อโดยคิดดอกเบี้ยหรือเสนอให้จ่ายได้ภาย ใน หกเดือนเป็นหกงวดโดยไม่ต้องเสียดอกเบี้ยหากหาทางออกเช่นว่านี้ได้ก็จะทำให้ เงินลงทุนเบื้องต้นลดลง

II. จะหาทุนประกอบการได้จากที่ใด (แหล่งที่มาของเงินทุนก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจ)
วิธี การหาเงินทุนเพิ่มเติมจากที่มีอยู่ มีหลายวิธี แต่ที่สำคัญเราควรรู้แหล่งที่มาของเงินทุนก่อนเริ่มดำเนินธุรกิจว่า มาจากแหล่งใดบ้าง

1.มรดก เช่น บ้าน ที่ดิน การมีกรรมสิทธิ์ในอสังหาริมทรัพย์ต่างๆ รวมถึงทรัพย์สินที่มีค่าอื่นๆ อาทิ ทองรูปพรรณ และมรดกทุกประเภท เหล่านี้สามารถแปรเปลี่ยนเป็นเงินทุนเริ่มแรกในการประกอบธุรกิจได้

2.แหล่งเงินทุนส่วนบุคคล

3.แหล่งเงินทุนจากผู้ขายปัจจัยการผลิตทางธุรกิจ และผู้ให้ยืมสินทรัพย์

- สินเชื่อทางการค้า (Trade Credit) หรือเจ้าหนี้การค้า (Account Payable) เป็นการบริหารการเงินด้วยการขายปัจจัยการผลิตโดยมีระยะเวลาการจ่ายสินเชื่อ ซึ่งมีระยะเวลาสั้น ธุรกิจขนาดย่อมมักนิยมใช้แหล่งเงินทุนระยะสั้นแบบนี้กันมาก

- สินเชื่อ และการเช่าซื้ออุปกรณ์ (Equipment loans and leases) สินเชื่อนี้เป็นการขายโดยวิธีผ่อนส่ง ซึ่งผู้ประกอบการอาจต้องจ่ายเงินดาวน์ 25-35% ตามที่ผู้ขายกำหนด ปกติจะเป็นเงินทุนระยะยาว และประมาณ 80% ของบริษัททั้งหมดจะใช้วิธีการเช่าอุปกรณ์บางอย่าง หรือทั้งหมดโดยมีเหตุผล 3 ประการ คือ

4. เงินของบริษัทยังคงมีอยู่สำหรับทำกิจกรรมอย่างอื่น

5. วงเงินสินเชื่อยังคงมีอยู่เท่าเดิม

6. การเช่าเป็นการป้องกันอุปกรณ์ล้าสมัย เพราะสามารถเปลี่ยนได้เมื่อเลิกสัญญาเช่า

- การให้ยืมโดยถือเกณฑ์สินทรัพย์ (Assets-based lending) เป็นการให้ยืมโดยถือเกณฑ์สินทรัพย์เงินทุนหมุนเวียน เช่น อาจดูลูกหนี้การค้า สินค้าคงเหลือ หรืออาจมีการขายบัญชีลูกหนี้ให้กับธุรกิจอื่น

4. เงินกู้จากสถาบันการเงิน

ปัจจุบัน สถาบันการเงินมีนโยบายสนับสนุนการให้สินเชื่อกับผู้ประกอบการรายย่อยในอัตรา ดอกเบี้ยต่ำ อันก่อให้เกิดประโยชน์กับคุณเป็นอย่างมาก

หาก เลือกที่จะจัดหาเงินทุนด้วยวิธีนี้แล้ว เจ้าของกิจการก็ต้องจัดทำแผนธุรกิจเพื่อนำเสนอโครงการขอกู้เงินจากธนาคารต่อ ไป ซึ่งเราต้องเตรียมศึกษาและจัดทำข้อมูลเพื่อให้ธนาคารเห็นว่าธุรกิจของเรามี แนวโน้มที่จะจ่ายชำระดอกเบี้ยและคืนเงินต้นได้ตามกำหนดเวลา

ตัวแปรในการระบุจำนวนเงินกู้
ขนาดธุรกิจ

จำนวนเงินที่จะนำมาลงทุน

การศึกษาสภาพแวดล้อมที่มีผลกระทบต่อการลงทุน

การศึกษาเรื่องการวางแผนภาษี และกฎหมายที่เอื้ออำนวยต่อการประกอบธุรกิจ

การทำความเข้าใจเกี่ยวกับการปฏิบัติการของธนาคาร
ธนาคารจะพิจารณาโดยใช้หลัก 5 ประการ (Five C’s of Credit) คือ

1.ลักษณะของผู้กู้

2.ขีดความสามารถของผู้กู้ที่จะจ่ายเงินคืน

3.เงินทุนที่ผู้กู้จะลงทุน

4.สภาวะของอุตสาหกรรม และเศรษฐกิจ

5.หลักประกันเพิ่มเติมที่ทำให้เงินกู้ปลอดภัย

สิ่ง สำคัญในการพิจารณาของธนาคารทั้งหมด อยู่ที่ความมั่นใจของเราที่ต้องแสดงให้ธนาคารเชื่อมั่นว่า ธุรกิจของเราจะเป็นไปได้ด้วยดีและสามารถที่จะนำเงินที่กู้ยืมไปมาชำระคืนได้ ตามกำหนด

ที่มา http://www.businessthai.co.th

ไม่มีความคิดเห็น:

แสดงความคิดเห็น